พระศรีอริยเมตไตรย
ตุลาคม 24, 2014, 06:50:56 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:

คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิกและเข้าสู่ระบบ

 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
Tags

+ พระศรีอริยเมตไตรย  » หมวดธรรมะรัตนะตรัย » ธรรมะทั่วไป ธรรมะโอสถ ธรรมะปฎิบัติ ปรมัตถสภาวธรรม  » บอร์ด พระปริยัติธรรม หัวข้อ:
|- นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 1-264

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หัวข้อ : นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 1-264

หน้า:  1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 1-264  (อ่าน 17560 ครั้ง) A A A A
0 สมาชิก และ 23 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #80 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:18:01 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 81


ดิ้นรนในความไม่มีไม่เป็น คามฉิบหายขาดสูญ.  ตัณหาที่กำหนด  
โดยอาการที่เป็นไปเป็น ๓ อย่าง คือ  กามตัณหา  ภวตัณหา  วิภว-
ตัณหา  นี้เป็นสมุทัยให้ผลเกิดขึ้นพร้อมแห่งทุกข์  เป็นปัจจัยแห่ง
อุปาทาน  อุดหนุนซึ่งเจตนาเป็นตัวกรรม  นำปฏิสนธิในภพน้อยภพใหญ่
จึงเป็นทุกขสมุทัย เหตุให้ทุกข์คืออุปาทานขันธ์เกิดขึ้น  เป็นทุกขสมุทัย
อริยสัจที่ ๒.
        เมื่อพระโลกนาถตรัสทุกขสมุทัยอริยสัจที่ ๒  แสดงเหตุมีกำลัง
ให้เกิดทุกข์ฉะนี้แล้ว  จึงตรัสทุกขนิโรธ  ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
เป็นอริยสัจที่ ๓ ว่า  อิทํ  โข  ปน  ภิกฺขเว  ทุกฺขนิโรโธ  อริยสจฺจํ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อันนี้แล  อริยสัจ  ของจริงอย่างประเสริฐ  คือ  
ทุกฺขนิโรโธ  ความดับทุกข์ไม่มีเหลือ  โย  ตสฺสาเยว  ตณฺหาย  อเสสวิราค-
นิโรโธ  ความที่แห่งตัณหานั้นนั่นแลดับไปด้วยปราศย้อมโดยไม่เหลืออัน
ใด  จาโค  ความสละเสียซึ่งตัณหานั้นนั่นแลอันใด  ปฏินิสฺสคฺโค  ความ
สละคืนเสียซึ่งตัณหานั้นนั่นแลอันใด  มุตฺติ  ความปล่อยเสียซึ่งตัณหา
นั้นนั่นแลอันใด  อนาลโย  ความที่ไม่ติดอยู่ไม่พัวพันอยู่แห่งตัณหา
นั้นนั่นแลอันใด  ความที่ตัณหาผู้เหตุแห่งทุกข์นั้น  มาดับสนิทเสียได้
นั้นนั่นแลอันใด  ความที่ตัณหาผู้เหตุแห่งทุกข์  เป็นอริยสัจที่ ๓.
        เมื่อพระโลกนาถ  ตรัสทุกขนิโรธอริยสัจที่ ๓ แสดงความดับทุกข์
เพราะดับแห่งตัณหาฉะนี้แล้ว  ความดับตัณหาดับทุกข์นั้น  สัตว์จะพึงได้
ด้วยดำเนินกายวาจาจิต  โดยมรรคาปฏิปทาใด  จะทรงแสดงมรรคา-
ปฏิปทานั้น  จึงตรัสมรรคอริยสัจที่ ๔ โดยชื่อว่าทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 07:54:46 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #81 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:18:20 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 82


อริยาสัจ  ด้วยภาษิตว่า อิทํ  โข ปน ภิกฺขเว  ทุกฺขนิโรธคามินี  ปฏิปทา
อริยสจฺจํ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อันนี้แล  อริยสัจของจริงอย่างประเสริฐ
คือ  ปฏิปทาให้สัตว์ผู้ปฏิบัติถึงความดับทุกข์  อยเมว  อริโย  อฏฺฐงคิโก
มคฺโค มรรคามีองค์อวัยวะ  ๘ ประการ  เป็นอริยะไปจากข้าศึกอันนี้นี่แล  
อันนี้อย่างเดียว  ไม่ใช่มรรคอื่น  เสยฺยถีทํ  องค์อวัยวะ  ๘ ประการนี้
เป็นไฉน  องค์  ๘ ประการ  คือ  สมฺมาทิฏฐิ  ญาณจักษุอันเห็นชอบ  ๑
สมฺมาสงฺกปฺโป ความดำริชอบ  ๑  สมฺมาวาจา  วิรัติเป็นเครื่องเจรจา
ชอบ ๑  สมฺมากมฺมนฺโต  วิรัติธรรมเป็นเครื่องทำชอบ ๑ สมฺมาอาชีโว
ธรรมเครื่องเลี้ยงชีวิตชอบ ๑ สมฺมาวายาโม  พยายาม  ๑  สมฺมาสติ
ระลึกชอบ ๑ สมฺมาสมาธิ  ตั้งจิตไว้ชอบ  ๑  มรรคามีองค์อวัยวะ
๘ ประการนี้  เป็นปฏิปทาข้อปฏิบัติให้สัตว์ถึงความดับทุกข์ได้  ชื่อ
ทุกขนิโรธคามินี  ปฏิปาทอริยสัจที่ ๔.
        สมเด็จพระผู้มีพระภาคทรงแสดงอริยสัจทั้ง ๔ ซึ่งเป็นอาธารวิสัย
ที่เป็นไปแห่งสัมมาทิฏฐิ  ซึ่งเป็นประธานแห่งมัชฌิมาปฏิปทานั้นด้วย
ประการฉะนี้แล้ว  พระองค์ตรัสซึ่งญาณของพระองค์อันเกิดขึ้นแล้วใน
อริยสัจทั้ง ๔ นั้น  สัจจะละ ๓ ๆ คือ  สัจจญาณ  กิจจญาณ  กตญาณ  โดย
ภาษิตฉะนี้ว่า  อิทํ  ทุกฺขํ  อริยสจฺจนฺติ  เม  ภิกฺขเว  ปุพฺเพ  อนนุสฺสุเตสุ
ธมฺเมสุ  จกฺขุ  อุทปาทิ  ญาณํ  อุทปาทิ  ปญฺญา  อุทปาทิ  วิชฺชา  อุทปาทิ
อาโลโก  อุทปาทิ   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  จักษุได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา  ญาณ
ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา  ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา  วิชชาความรู้แจ้งได้
เกิดขึ้นแล้วแก่เรา  แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า  อันนี้อริยสัจ
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 07:56:22 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #82 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:18:40 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 83


คือทุกข์  ดังนี้  ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินตามในกาลก่อน.  ญาณ-
จักษุที่รู้ชัดรู้แจ้งสว่างว่า อันนี้  ทุกขอริยสัจ  ดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินตามในกาลก่อน  อันนี้เป็นสัจจญาณใน
ทุกขอริยสัจ.  ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกฺขํ  อริยสจฺจํ  ปริญฺเญยฺยนฺติ  เม ภิกฺขเว
อนึ่งเล่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า ทุกข-
อริยสัจนี้นั้น  อันบุคคลพึงกำหนดรู้ดังนี้  ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา  ใน
ธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมาในกาลก่อน  อันนี้  เป็นกิจจญาณที่ ๒
ในทุกขอริยาสุจ  ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกฺขํ  อริยสจฺจํ  ปริญฺญาตนฺถิ  เม
ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อนึ่ง  ญาณจักษุปรีชารู้แจ้งสว่างว่า  ทุกข-
อริยสัจนี้นั้น  เรากำหนดรู้แล้วดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว  ในธรรมทั้ง
หลายที่เราไม่ได้ยินมา  ณ กาลก่อน  อันนี้  เป็นกตญาณที่ ๓ ในทุกข-
อริยสัจ.  อิทํ  ทุกฺขสมุทโย  อริยสจฺจนฺติ  เม  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ญาณจักษุปรีชารู้แจ้งสว่างว่า อันนี้  อริยสัจคือทุกขสมุทัย  เหตุให้ผล
เกิดขึ้นพร้อมแห่งทุกข์  ดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว  ในธรรมทั้งหลายที่เรา
ไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อน  อันนี้เป็นสัจจญาณที่ ๑  ในทุกขสมุทัยอริยสัจ.
ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกฺขสมุทโย  อริยสจฺจํ  ปหาตพฺพนฺติ  เม  ภิกฺขเว  ดู
ก่อนภิกษุทั้งหลาย  ญาณจักษุปรีชารู้แจ้งสว่างว่า  อริยสัจคือทุกขสมุทัย
นี้นั้น  อันบุคคลจะพึงมละเสีย  ดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว  ในธรรม
ทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ  กาลก่อน  อันนี้  เป็นกิจจญาณที่ ๒  ใน
ทุกขสมุทัยอริยสัจ.  ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกฺขสมุทโย  อริยสจฺจํ  ปหีนนฺติ
เม  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อนึ่ง 'ญาณจักษุปรีชารู้แจ้งสว่างว่า
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 07:57:50 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #83 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:19:01 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 84


อริยสัจ  คือทุกขสมุทัยนั้น  อันเราละเสียแล้ว  ดังนี้  เกิดขึ้นแก่
เราแล้ว  ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา  ณ กาลก่อน  อันนี้  เป็น
กตญาณที่ ๓ ในทุกขสมุทัยอริยสัจ.  อิทํ  ทุกฺขนิโรโธ  อริยาสจฺจนฺติ เม
ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ญาณจักษุปรีชารู้แจ้งสว่างว่า   อันนี้อริยสัจ
คือทุกขนิโรธ ความดับทุกข์เสียโดยไม่เหลือ ดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา  ณ กาลก่อน  อันนี้  เป็นสัจจญาณที่ ๑
ในทุกขนิโรธอริยสัจ.  ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกฺขนิโรโธ  อริยสจฺจํ  สจฺฉิ-
กาตพฺพนฺติ  เม  ภิกฺขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อนึ่ง  ญาณจักษุปรีชา
รู้แจ้งสว่างว่า  อริยสัจคือทุกขนิโรธนี้นั้น  อันบุคคลพึงกระทำให้แจ้ง
ดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว  ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา  ณ กาลก่อน
ดังนี้   เป็นกิจจญาณที่ ๒ ในทุกขนิโรธอริสัจ. ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกขฺนิโรธ
อริยสจฺจํ  สจฺติกตนฺติ  เม  ภิกฺขเว  ดูก่อนทั้งหลาย  อนึ่ง  ญาณจักษุ
ปรีชารู้เจ้าสว่างว่า  อริยสัจคือทุกขนิโรธนี้นั้น  อันเรากระทำให้แจ้ง
แล้ว  ดังนี้   เกิดมีแก่เราแล้ว  ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาล
ก่อน อันนี้เป็นกตญาณที่ ๓  ในทุกขนิโรธอริยสัจ.  อิทํ  ทุกฺขนิโรธ-
คามินีปฏิปทา  อริยสจฺจนฺติ  เม  ภิกฺขเว  ดูก่อนทั้งหลาย  ญาณจักษุ
ปัญญาวิชชาความสว่างว่า  อันนี้   อริยสัจคือปฏิปทาให้สัตว์ถึงความดับ
ทุกข์ได้  ดังนี้  เกิดขึ้นแล้วแก่เรา  ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา
ณ กาลก่อน  อันนี้  เป็นสัจจญาณที่ ๑  ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
อริยสัจ.  ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทา อริยสจฺจํ  ภาเว-
ตพฺพนฺติ  เม  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อนึ่ง  ญาณจักษุปัญญา
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 07:58:52 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #84 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:19:21 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 85


วิชชาความสว่างว่า  อริยสัจคือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานี้นั้น  อันบุคคล
พึงให้มีให้เจริญ ดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว  ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่
ได้ยินมา ณ กาลก่อน  อันนี้  เป็นกิจจญาณที่ ๒ ในทุกขนิโรธคามินี-
ปฏิปทาอริยสัจ.  ตํ  โข  ปนิทํ  ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทา  อริยสจฺจํ
ภาวิตนฺติ  เม  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อนึ่ง  ญาณจักษุปัญญา
วิชชาความสว่างว่า อริยสัจคือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานี้นั้น   อันเรา
ได้ให้มีให้เจริญแล้ว  ดังนี้  เกิดขึ้นแก่เราแล้ว  ในธรรมทั้งหลายที่เรา
ไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อน  อันนี้  เป็นกตญาณที่ ๔ ในทุกขนิโรธคามินี-
ปฏิปทาอริยสัจ.
        สมเด็จพระผู้มีพระภาค  ทรงแสดงพระญาณจักษุปัญญาวิชชา
ความสว่างละ ๓ ใน ๔  อริยสัจ  ด้วยประการฉะนี้  ประกาศพระ
สยัมภูสัมมาสมโพธิญาณแล้วตรัสว่า  ยาวกีวญฺจ  เม  ภิกฺขเว  ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย  ยถาภูตญาณทัสสนะ  ปัญญาอันรู้อันเห็นจริงแท้ในอริย-
สัจ ๔ เหล่านี้ของเรา  มีปริวัฏเวียนไป ๓ ๆ มีอาการ  ๑๒ ดังนี้   ยังไม่
บริสุทธ์เพียงใดแล้ว เราผู้พระตถาคตยังปฏิญญาตน  ในโลกกับทั้งเทพดา
มารพรหม  หมู่สัตว์ทั้งสมณพราหมณ์เทพดามนุษย์ ว่าเป็นผู้ตรัสรู้พร้อม
เฉพาะ  ซึ่งอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณไม่ได้เลย  ยโต  จ  โข  เม  ภิกฺขเว
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ก็แต่กาลใดแล  ยถาภูตญาณทัสสนะ  ปัญญาอัน  
รู้เห็นจริงแท้  มีปริวัฏ ๓ มีอาการ ๑๒ ดังนี้  ในอริยสัจ ๔ เหล่านี้
ของเรา  เป็นญาณทัสสนะอันบริสุทธ์หมดจดพิเศษแล้ว  อถาหํ
เมื่อนั้นเราผู้ตถาคตจึงปฏิญญาตน  ในโลกกับทั้งเทพดามารพรหม
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 07:59:55 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #85 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:19:45 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 86


หมู่สัตว์ทั้งสมณพราหมณ์เทพดามนุษย์  ว่าเป็นผู้ตรัสพร้อมเฉพาะแล้ว
ซึ่งอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้  ญาณญฺจ  ปน เม  ทสฺสนํ  อุทปาทิ
อนึ่ง  ปัญญาอันรู้เป็นเกิดขึ้นแล้วแก่เรา  อกุปฺปา เม  วิมุตฺติ ความ
พ้นพิเศษของเราไม่กำเริบ   ไม่มีที่จะเสื่อมถอยคืนคลาย  อยมนฺติมา
ชาติ  ชาติความเกิดด้วยเป็นอัตภาพเบญจขันธ์ของเรา  ชาตินี้มี ณ ที่
สุดแล้ว  นตฺถิทานิ  ปุนพฺภโว  บัดนี้ความเกิดอีกของเราบมิได้มี
ปัจจเวกขณญาณอันหยั่งรู้ประจักษ์แน่ดังนี้  ได้เกิดแก่เราแล้ว.
        เอวํ  ปวตฺติตํ  อโหสิ  สมเด็จพระสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเทศนาให้
พระอนุตรธรรมจักรเป็นไป ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ด้วยประการฉะนี้.
              พระอัญญาโกณฑัญญะได้สำเร็จพระโสดาปัตติผล
        อิมสฺมิญฺจ  ปน  เวยฺยากรณสฺมึ  ภญฺญมาเน  ก็แลเมื่อธรรม-
จักกัปปวัตตนสูตรไวยากรณ์  คือบาลีล้วน  ไม่ระคนด้วยคาถา  อันนี้  อัน
สมเด็จพระผู้มีพระภาคตรัสเทศนาอยู่  วิรชํ  วีตมลํ  ธมฺมจกฺขุ  อุทปาทิ
จักษุในธรรมปราศจากธุลีและมีมลทินอันปราศ  ได้เกิดขึ้นแล้วแก่
พระโกณฑัญญะ  ว่า ยงฺกิญฺจิ  สมุทยธมฺมํ  ไตรวัฏคือ  กรรม กิเลส
วิบาก  อันใดอันหนึ่งที่มีกิเลสเกิดขึ้นพร้อมเป็นธรรมดา  สพฺพนฺตํ
นิโธธมฺมํ  ไตรวัฏทั้งปวงนั้น  ก็เป็นของมีความดับเป็นธรรมดา  ดังนี้
โดยความว่า  พระโกณฑัญญะบรรลุพระโสดาปัตติผลญาณ  เป็น
พระอริยบุคคลถึงพร้อมอริยธรรมโลกุตราภิสมัย  สาวกของพระสัมมา-
สัมพุทธเจ้า  เกิดมีขึ้นเป็นปฐมมนุษย์พุทธสาวก ณ  พุทธปบาทกาลนี้
เป็นพยานในพระสมัยภูภาพอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ  ของสมเด็จพระ
โลกุตตมาจารย์อังคีรสศักยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:01:12 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #86 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:20:01 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 87


        มีคำอุปมาว่า  จักรรัตน์เป็นของทิพย์  เกิดมีบรมจักรพรรดิ-  
ราช  นำเสด็จให้เวียนรอบปฐพีมณฑล  ปราบปรามปฏิปักษ์ประเทศ-
ราชกษัตริย์ทั่วทั้งสากลทิสาภาค  ให้ยินยอมในพระราชอาณา  มิได้
มีพระมหากษัตริย์องค์ใดจะต่อต้าน  จักรรัตน์มีฤทธานุภาพพิเศษไพศาล
ประกาศให้ประเทศราชกษัตริย์ทั่วปฐพีมณฑลทราบ  ซึ่งความเป็น
บรมจักรพรรดิราช  อาคาริกอัจฉริยมนุษย์บุรุษรัตน์ฉันใด  พุทธ-
พจน์ปฐมภาษิตนี้  ก็ประกาศให้สัตวโลก  ทั้งเทพดา  มนุษย์  มาร
พรหม  ได้ทราบซึ่งความเป็นวิสุทธขันธสันดานสยัมภูสัมมาสัมพุทธเจ้า
ฉันนั้น.  พระสูตรไวยากรณภาษิตปฐมพุทธพจน์นี้  จึงมีนามตาม
อรรถว่า  ธรรมจักกัปปวัตตนสูตร  ๆ โดยศาสนโวหาร  ด้วยประการ
ฉะนี้.
                                          อัศจรรย์
        ปวตฺติเต  จ  ภควตา  ธมฺมจกฺเก  ประการหนึ่ง  ครั้นเมื่อ
พระธรรมจักรอันพระผู้มีพระภาคให้เป็นไปแล้วครั้งนั้น  ภุมฺมา  เทวา
สทฺทมนุสฺสาเวสุ  เหล่าเทพเจ้าซึ่งสิงสถิตในคามนิคมราชธานีและ
คิริบรรพต  พฤกษาติณชาติเครือเขาชาวภูมิสถานก็บันลือสำเนียง
นฤนาทว่า  เอตมฺภควตา  พาราณสิยํ  อิสิปตเน  มิคทาเย  อนุตฺตรํ
ธมฺมจกฺกํ  ปวตฺติตํ  โน่นแน่นพระธรรมจักรประเสริฐ  ไม่มีจักรอื่น
ยิ่งเกิน  อันพระผู้มีพระภาคให้เป็นไปแล้ว  ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
เมืองพาราณสี  อปฺปฏิวตฺติยํ  อันสมณพราหมณ์  เทพดา  มาร  พรหม
และผู้ใดในโลก  ไม่พึงให้เป็นไปตอบได้. อันสมณพราหมณ์  เทพดา
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:03:57 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #87 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:20:21 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 88


มาร  พรหม  และใคร ๆ ในโลก  ไม่สามารถจะให้เป็นไปต่อสู้คัดค้าน
ได้.  ภุมฺมานํ เทวานํ  สทฺทํ  สุตฺวา  เทพเจ้าหมู่จาตุมหาราชิกา
ได้ฟังสำเนียงก้องประกาศแห่งภุมมเทพดาแล้ว  บันลือให้เทพดาอื่น
ได้ยินต่อ ๆ เป็นลำดับไปโดยนัยนี้  ก็ตลอดถึงดาวดึงส์  ยาม  ดุสิต
นิมมานรดี  ปรนิมมิตวสวัสดี  ตามลำดับทั่วกามาพจรภพ  จนถึง
เทพเจ้าซึ่งเกิดในพรหมนิกาย  บันลือสำเนียงประกาศกึกก้องโดยนัยนั้น
เสียกึกก้องขึ้นไปจนถึงพรหมโลก  ด้วยประการฉะนี้.  อยญฺจ
ทสสหสฺสี  โลกธาตุ  ขณะนั้นหมื่นโลกธาตุนี้ก็ได้หวั่นไหวสะเทื้อน
สะท้าน  อปฺปมาโณ  ๗  โอฬาโร  โอภาโส  ทั้งโอภาสแสงสว่าง
ยิ่งไม่มีประมาณ  ก็ได้เกิดมีแล้วในโลก  ล่วงเทวานุภาพของเทพเจ้า
ทั้งหลาย  เป็นมหามหัศจรรย์  ด้วยอำนาจธรรมดาบันดาลนิยมหาก
ให้เป็นไป  ถึงความเป็นอจินไตย  ไม่ควรที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะพึงคิดโดย
ประการต่าง ๆ
                         เติมหน้าชื่อพระโกณฑัญญะ        
        อถ  โข  ภควา   ครั้งนั้น  สมเด็จพระผู้มีพระภาค  จึงเปล่ง
อุทานว่า อญฺญาสิ  วต  โภ  โกณฺฑญฺโญ ๆ  โกณฑัญญะภิกษุ
ได้รู้แล้วหนอ ๆ ดังนี้.  อิติ  หิทํ  อายสฺมโต  โกณฺฑญฺญสฺส
อญฺญาโกณฺฑญฺโญเตฺวว  นามํ  อโหสิ  เพราะอาศัยพุทธอุทานว่า
อญฺญาสิ  อญฺญาสิ  ดังนี้ คำว่า  อญฺญาโกณฺฑญฺโญ  ดังนี้  จึง
เป็นชื่อของพระโกณฑัญญะผู้มีอายุ  ด้วยประการฉะนี้แล.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:05:26 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #88 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:20:38 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 89


                      อนัตตลักขณสูตร  กัณฑ์คำรบ ๕
        กล่าวความจำเดิมแต่พระอัญญาโกณฑัญญะ  ได้รับเอหิภิกขุ
อุปสัมปทาครั้งแรก. แต่นั้นทรงสั่งสอนภิกษุ ๔ รูปที่ยังเหลือให้
สำเร็จพระโสดาปัตติผล  และประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา.  เมื่อ
พร้อมทั้ง ๕ รูปแล้ว  ทรงแสดงอนัตตลักขณเทศนา. พระเบญจวัคคีย์
ได้สำเร็จพระอรหัตผล  เป็นพระอเสขอริยสาวก  มีขึ้นเป็นครั้งแรก.
พระอรหันต์มีขึ้นในโลก  ทั้งพระศาสดาทั้งพระสาวก  เป็น ๖ พระองค์
ด้วยกัน.
            ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่พระเบญจวัคคีย์
        อถโข  อายสฺมา  อญฺญาโกณฺฑญฺโญ  ลำดับนั้น  พระอัญญา-
โกณฑัญญะผู้มีอายุ  เมื่อมีธรรมได้เห็นแล้ว  ได้บรรลุแล้ว   ได้รู้แจ้ง
แล้ว  ได้หยั่งลงโดยรอบแล้ว  ติณฺณวิจิกิตฺโฉ  มีความสงสัยอันข้าม
ได้แล้ว  วิคตกถงฺกโถ  มีอันจะกล่าวอย่างไร ๆ ไปปราศแล้ว
เวสารชฺชปฺปตฺโต  ถึงซึ่งความเป็นผู้แกล้วกล้าปราศตากครั่นคร้าม
แล้ว  อปรปฺปจฺจโย  สตฺถุสาสเน  ไม่เชื่อแต่ผู้อื่นในคำสอนของพระ-
ศาสดา  พระโกณฑัญญะเป็นพระโสดาบัน  มีคุณธรรมดังนี้แล้ว
จึงทูลขอบบรรพชาอุปสมบท  กะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ลเภยฺยาหํ
ภนฺเต  ภควโต  สนฺติเก  ปพฺพชฺชํ  ลเภยฺยํ  อุปสมฺปทํ  ข้าแต่พระ-
ผู้มีพระภาค ขอข้าพระองค์พึงได้บรรพชา  พึงได้อุปสมบท  ณ สำนัก
แห่งพระผู้มีพระภาค  เอหิ  ภิกฺขูติ  ภควา  อโวจ  สมเด็จพระผู้มี-

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:06:24 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #89 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:20:58 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 90


พระภาคตรัสรับว่า  เอหิ  ภิกฺขุ  ดูก่อนภิกษุ  ท่านจงมาเถิด  ท่าน
จงเป็นภิกษุมาเถิด  ดังนี้แล้วตรัสว่า  สฺวากุขาโต  ธมฺโม  ธรรมเรา
กล่าวด้วยดีแล้ว  จร  พฺรหฺมจริยํ ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด
สมฺมาทุกฺขสฺส  อนฺตกิริยาย  เพื่อจะทำซึ่งที่สุดทุกข์โดยชอบ. สา
จ  ตสฺสายสฺมโต อุปสมฺทา  อโหสิ  และพระวาจานั้น  ก็เป็น
อุปสัมปทาแห่งพระโกณฑัญญะผู้มีอายุนั้น  พระอัญญาโกณฑัญญะ
ก็เป็นอุปสัมบัน  ด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา  อันสำเร็จด้วยพระวาจาของ
พระผู้มีพระภาคว่า  เอหิ  ภิกฺขุ  ดังนี้นั้น.  อถ  โข  ภควา  ลำดับนั้น
สมเด็จพระผู้มีพระภาค  ก็ทรงโอวาทอนุสาสน์สั่งสอนท่านทั้ง ๔ ที่
เหลือนั้น ด้วยธรรมีกถาเป็นปกิรณกเทศนาตามสมควรแก่อาสัยและ
กาลสมัย.  ครั้งนั้น  พระวัปปะและพระภัททิยะทั้ง ๒ เมื่อสมเด็จพระ
ผู้มีพระภาค  ทรงสั่งสอนอยู่ด้วยธรรมีกถา  ก็เกิดธรรมจักษุบรรลุ
โสดาปัตติผล  แล้วทูลขอบรรพชาอุปสมบท.  สมเด็จพระโลกนาถ
บรมสุคต  ก็ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา  ให้ท่านทั้ง ๒ เป็นอุปสัมบัน
โดยนัยหนหลัง  ต่างแต่รับคำว่า เอถ  ภิกฺขโว  สฺวากฺขาโต  ธมฺโม
จรถ  พฺรหฺมจริยํ  สมฺมาทุกฺขสฺส  อนฺตกิริยาย ดังนี้  ตามควร
แก่ผู้ขอเป็น  ๒ เท่านั้น.  สมเด็จพระผู้มีพระภาค  มีภัตตาหารอันท่าน
ทั้ง ๓ นำมาถวาย  มิได้เสด็จไปภิกขาจาร  ทรงสั่งสอบพระมหานาม
พระอัสสชิทั้ง ๒ อันเหลืออยู่  ยังมิได้สำเร็จโลกุตรคุณนั้น  ด้วย
ธรรมีกถา.  ยํ  ตโย  ภิกฺขู  ปิณฺฑาย  จริตฺวา  อาหรนฺติ  พระ
อัญญาโกณฑัญญะ  พระวัปปะ  พระภัททิยะ  ๓ องค์เที่ยวไปบิณฑบาต

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:07:05 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #90 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:21:18 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 91


นำมาซึ่งบิณฑาหารอันใด  ก็เลี้ยงชีพให้อัตภาพเป็นไป ด้วย
บิณฑาหารนั้นทั้ง ๖ องค์.  พระมหานามพระอัสสชิทั้ง ๒ อันพระ-
ผู้มีพระภาคทรงสั่งสอนอยู่ด้วยธรรมีกถา  ก็เกิดธรรมจักษุบรรลุพระ
โสดาปัตติผล  แล้วทูลขอบรรพชาอุปสมบท.  พระองค์ก็ประทาน
เอหิภิกขุอุปสมบทโดยนัยหนหลัง.
                          ทรงแสดงอนัตตลักขณะเทศนา
        อถ  โข  ครั้งนั้น  เมื่อภิกษุเบญจวัคคีย์  ดำรงในเสขภูมิเป็น
พระโสดาบันอริยบุคคล  ได้เอหิภิกขุอุปสมบทเสร็จแล้ว  มีอินทรีย์
แก่กล้าควรเจริญวิปัสสนาเพื่อพระอรหัตผล  สมเด็จพระนราสภ-
ทศพลทรงทราบแล้ว  จึงตรัสเรียกให้รับธรรมเทศนาแล้ว  ทรงแสดง
อนัตตลักขณสูตร  โดยไวยากรณภาษิตว่า
        รูปํ  ภิกฺขเว  อนตฺตา  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  รูป  ส่วนที่รู้ฉิบหาย
ด้วยข้าศึกเย็นและร้อนเป็นต้นนี้  เป็นอนัตตาใช่ตัวใช่ตน  รูปญฺจ  หิทํ
ภิกฺขเว  ดูก่อนทั้งหลาย  ถ้าหากรูปนี้  เป็นอัตตาเป็นตัวเป็นตน
เป็นแก่นสารจริงแล้ว  นยิทํ  รูปํ   รูปนี้ก็ไม่พึงเป็นเพื่ออาพาธความ
เบียดเบียน  ลพฺเภถ จ  อนึ่ง  สัตว์ทั้งหลาย  ก็จะพึงได้ในรูปตามใจ
หวังว่า  เอวมฺเม  รูปํ  โหตุ  รูปของเราจงเป็นอย่างนี้  อย่าป่วย
อย่าไข้  อย่าชราชำรุดทรุดโทรมเสื่อมเสีย ทรวดทรงสีสัณฐานอย่า
พิบัติเลย  ยสฺมา  จ  โข  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เหตุใด
รูปย่อมเป็นอนัตตา  ไม่เป็นตัวเป็นตนไม่เป็นแก่นสาร  ไม่มีใครเป็น
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:08:00 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #91 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:21:39 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 92


เจ้าของป้องกันได้  ตสฺมา  รูปํ  เหตุนั้น  รูปนั้นจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ
ความเกิดและฉิบหายมาเบียดเบียน ให้แปรปรวนเกลื่อนกล่นด้วย
โรคภัยภายในภายนอกเป็นอเนก  ชำรุดทรุดโทรม   จักษุมัวมืด  โสต
ตึง  เป็นตัน  น จ  ลพฺภติ  อนึ่ง  สัตว์ทั้งหลาย  ย่อมไม่ได้ในรูป
นั้นโดยประสงค์  เพราะเหตุรูปนั้นเป็นอนัตตา  จึงเป็นไปเพื่ออาพาธ  
และสัตว์ทั้งหลานไม่ได้ตามปรารถนา  ด้วยประการฉะนี้.  เวทนา
ภิกฺขเว  อนตฺตา อนึ่ง  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เวทนา  ความเสวย
อารมณ์ที่เป็นสุขสำราญกาย  สำราญใจ  ทุกข์เจ็บกายไม่สบายจิต
อุเบกขามัธยัสถ์เป็นกลาง  ไม่สุขไม่ทุกข์ก็ดี  ความเสวยอารมณ์แม้
เป็น ๓  อย่างนี้  เป็นอนัตตาใช่ตัวใช่ตน  ไม่เป็นแก่นสาร  ไม่เป็นไป
ในอำนาจของผู้ใด  ไม่มีใครเป็นเจ้าของป้องกันพิทักษ์รักษา  เวทนา
จ  หิทํ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ถ้าหารเวทนาความเสวยอารมณ์นี้เป็น
อัตตาเป็นตนแล้วไซร้  เวทนาความเสวยอารมณ์นี้  ก็จะไม่พึงเป็น
ไปเพื่ออาพาธความเบียดเบียนให้แปรผันต่าง  ๆ  สัตว์ทั้งหลายก็จะ
พึงได้ตามปรารถนาว่า  เวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด สุข  ความ
สำราญที่เกิดขึ้นจงยั่งยืนอยู่เสมอเป็นนิตย์เถิด  อย่าเสื่อมสูญหมด
สิ้นไปเสียเลย  ทุกข์อย่าเกิดแก่เรา  ที่เกิดแล้วจงดับสูญหายไปเสีย
โดยพลัน.  ยสฺมา จ  โข  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เหตุใด
เวทนาความเสวนอารมณ์นั้น  เป็นอนัตตาใช่ตัวใช่ตน  ไม่เป็นแก่นสาร
เหตุนั้น  เวทนาความเสวยอารมณ์นั้น  จึงเป็นไปเพื่ออาพาธความ
เบียดเบียน  สัตว์ทั้งหลายก็หาได้ตามปรารถนาไม่  เพราะเวทนานั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:08:38 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #92 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:21:58 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 93


เป็นอนัตตา  จึงเป็นไปเพื่ออาพาธ  สัตว์มิได้ตามปรารถนา  ด้วย  
ประการฉะนี้.  สญฺญา  ภิกฺขเว  อนตฺตา  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  สัญญา
ความจำได้จำไว้ จำรูป  จำเสียง  จำกลิ่น  จำรส จำสัมผัส  จำ
ธรรมารมณ์   สัญญาความจำไว้ซึ่งอารมณ์ทั้ง ๖ นี้  เป็นอนัตตา
ใช่ตัวใช่ตน  ไม่เป็นแก่นสาร  ไม่เป็นไปในอำนาจความบังคับบัญชา
ของผู้ใด  สญฺญา  จ  หิทํ  ดูก่อนทั้งหลาย  ถ้าหากสัญญาความ
จำได้จำไว้นี้จะพึงเป็นอัตตา  เป็นตัวเป็นตนเป็นแก่นสารมีเจ้าของ
ป้องกันแล้วไซร้  สัญญานี้  ก็ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธความเบียดเบียน
พิบัติแปรผัน สัตว์ทั้งหลายก็จะเลือกกลั่นกันไว้และขับไล่ได้ตาม
ปรารถนาว่า สัญญาที่เป็นที่ตั้งแห่งความสุข  จงยั่งยืนถาวรตั้งอยู่
เป็นนิตย์เถิด  อย่าเสื่อมสูญไปเสียเลย  สัญญาที่เป็นที่ตั้งแห่งความ
ทุกข์  จงอย่าได้บังเกิดมี  แม้มีแล้วจงเสื่อมสูญหายไปเสียโดยพลัน
เถิด.  ยสฺมา  จ  โข  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เหตุใด สัญญา
ความจำได้จำไว้นั้นเป็นอนัตตา  เหตุนั้น  สัญญานั้น  จึงเป็นไปเพื่อ
อาพาธความเบียดเบียนพิบัติแปรผัน  สัตว์ทั้งหลายจึงมิได้ในสัญญา
นั้นตามความปรารถนา เพราะสัญญาเป็นอนัตตา  จึงเป็นไปเพื่ออาพาธ
และสัตว์ทั้งหลายมิได้ตามประสงค์  ด้วยประการฉะนี้.  สงฺขารา
ภิกฺขเว  อนตฺตา  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังขาร คือธรรมอันปรุงใจ
สัญเจตนา ความคิดอ่านต่อใจก็ดี  เจตสิกธรรมที่เกิดในจิตทั้งปวง
ยกเสียแต่เวทนาสัญญาแล้ว  เหลือนั้นชื่อว่าสังขาร.  และสังขารบรรดา
ธรรมที่ปรุงใจสัตว์เป็นอนัตตา  ใช่ตัวใช่ตนเป็นไปในอำนาจของผู้ใด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:09:28 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #93 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:22:19 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 94


ถ้าหากสังขารอันปรุงใจเหล่านั้น   จะพึงเป็นอัตตาเป็นตัวเป็นตน
เป็นแก่นสารแล้วไซร้  สังขารธรรมที่ปรุงใจทั้งหลาย  ก็จะมิพึงเป็น
ไปเพื่ออาพาธความเบียดเบียนพิบัติแปรปรวน  อนึ่ง  สัตว์ก็จะพึงได้ใน
สังขารธรรมปรุงใจทั้งหลายนั้น  ตรมปรารถนาว่า  จงเป็นอย่างนี้  จง
อย่าเป็นอย่างนั้นเลย.  ยสฺมา  จ  โข  เหตุใด  สังขารธรรมที่ปรุงใจ
เป็นอนัตตา  เหตุนั้น  สังขารจึงเป็นไปเพื่ออาพาธความเบียดเบียน
ต่าง ๆ สัตว์ทั้งหลายก็มิได้ตามปรารถนาว่า  ส่วนดีเป็นที่ตั้งแห่งสุข
จงตั้งอยู่เถิด   อย่าแปรปรวนพิบัติเลย  ส่วนชั่วเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์
จงอย่ายังเกิดขึ้น  แม้เกิดขึ้นแล้วจงเสื่อมสูญหายเสียโดยพลัน  อย่า
ตั้งอยู่นานเลย  เพราะสังขารเป็นอนัตตาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ  และ
สัตว์มิได้ดังความปรารถนา  ด้วยประการฉะนี้. วิญฺญาณํ  ภิกฺขเว
อนตฺตา  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  วิญญาณ  ใจที่รู้พิเศษซึ่งอารมณ์  ที่
เป็นไปในจักษุ  โสตะ  ฆานะ  ชิวหา  กาย  มนะ  นั้น  เป็นอนัตตาใช่ตัว
ใช่ตน  ไม่เป็นไปในอำนาจของผู้ใด  ถ้าหากวิญญาณนี้  จะพึงเป็นอัตตา
เป็นตัวเป็นตนแก่นสารแล้วไซร้  วิญญาณก็จะไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ
ความเบียดเบียนพิบัติแปรปรวนไปต่าง ๆ อนึ่ง  สัตว์ก็จะพึงได้ตาม
ปรารถนาในที่จะอนุญาตผ่อนตามและห้ามเสียว่า  วิญญาณของเรา
จงเป็นอย่างนี้  วิญญาณของเราจงอย่าเป็นอย่างนั้นเลย.  ยสฺมา   จ  โข
ภิกฺขเว  วิญฺญาณํ  อนตฺตา   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เหตุใดวิญญาณ
เป็นอนัตตาใช่ตัวใช่ตน  ไม่เป็นแก่นสาร  ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของป้องกัน
ไว้ได้เลย  เหตุนั้น  วิญญาณนั้นจึงเป็นไปเพื่ออาพาธความเบียดเบียน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:10:29 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #94 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:22:37 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 95


พิบัติต่าง ๆ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่ได้ตามปรารถนาแห่งตนเลย  เพราะเป็น  
ฉะนี้  วิญญาณจึงเป็นอนัตตา  ด้วยประการฉะนี้.
        เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคทรงแสดงซึ่งเบญจขันธ์  โดยอนัตต-
ลักขณะนี้แล้ว  ตรัสอนุโยคซักให้ผู้เป็นเจ้าเบญจวัคคีย์ปฏิญญาตามที่
ตนตรองเห็น.  ตรัสถามในรูปขันธ์ก่อนว่า  ตํ  กึ  มญฺญถ  ภิกฺขเว
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะสำคัญเนื้อความนั้นเป็นไฉน
รูปํ นิจฺจํ  วา  อนิจฺจํ  วา  รูปเที่ยงหรือ  หรือไม่เที่ยง. อนิจฺจํ   ภนฺเต
ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  รูปไม่เที่ยง.  ยํ  ปนานิจฺจํ  ทุกฺขํ  วา ตํ
สุขํ  วา  ก็สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้น  ทุกข์หรือ  หรือสุขเล่า.  ทุกฺขํ
ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  สิ่งนั้นทุกข์  สัตว์ทนยาก.  ยํ  ปนานิจฺจํ
ทุกฺขํ  วิปริณามธมฺมํ ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรปรวน
เป็นธรรมดาแล้ว  กลฺลํ  นุ  ตํ  สมนุปสฺสิตุ  ควรหรือเพื่อจะตามเห็นโดย
สำคัญซึ่งสิ่งนั้นว่า  เอตํ  มม  นั่นของ ๆ เรา  เอโสหมสฺมิ  นั่นเป็นเรา
เอโส  เม อตฺตา  นั่นอาตมะตัวตนแก่สารแห่งเรา  ดังนี้.  โน  เหตํ
ภนฺเต   ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  อันจะตามเห็นโดยสำคัญซึ่งสิ่งนั้นว่า
ของ  ๆ เรา  เป็นเรา  อาตมะตัวตน  แก่นสารแห่งเรา  ดังนี้นั้น
ไม่ควรเลย.  เมื่อพระองค์ตรัสถามให้ปฏิญญาในรูปขันธ์  ฉะนี้แล้ว
ก็ตรัสถามในเวทนาขันธ์ว่า  ตํ  กึ  มญฺญถ  ภิกฺขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายจะสำคัญเนื้อความนั้นเป็นไฉน  เวทนา  นิจฺจา  วา  อนิจฺจา
วา  เวทนาความเสวยอารมณ์  เที่ยงหรือ  หรือไม่เที่ยง.  อนิจฺจา  ภนฺเต
ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  เวทนาไม่เที่ยง. ยํ  ปนานิจฺจํ  ทุกฺขํ  วา  ตํ สุขํ  วา
  

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:13:00 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #95 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:23:01 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 96


ก็สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้น  ทุกข์หรือ  หรือสุขเล่า.  ทุกขํ  ภนฺเต  ข้าแต่  
พระผู้ทรงพระภาค  สิ่งนั้นทุกข์  สัตว์ทนยาก.  ยํ  ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ
วิปริณามธมฺมํ  ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์  มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา.
กลฺลํ  นุ  ตํ  สมนุปสฺสิตํ  ควรหรือเพื่อจะเห็นตามโดยสำคัญซึ่งสิ่งนั้น
ว่า  เอตํ  มม  สิ่งนั้นของ ๆ เรา  เอโสหมสฺหิ  ส่วนนั้นเป็นเรา  เอโส
เม  อตฺตา  ส่วนนั้นอาตมะตัวตนแห่งเรา  ดังนี้  โน  เหตํ  ภนฺเต
ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  อันจะพิจารณาเห็นซึ่งสิ่งนั้นว่า  นั่นของ ๆ
เรา นั่นเรา  นั่นอาตมะตัวตนแก่นสารแห่งเรา  ดังนี้นั้น  ไม่ควรเลย.
เมื่อพระองค์ตรัสถามให้ปฏิญญาในเวทนาขันธ์  ฉะนี้แล้ว  ตรัสถามใน
สัญญาขันธ์ว่า ตํ  กึ  มญฺญถ  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ท่านทั้ง-
หลายจะสำคัญซึ่งเนื้อความนั้นเป็นไฉน  สญฺญา  นิจฺจา  วา  อนิจฺจา
วา  สัญญาความจำได้จำไว้เที่ยงหรือ  หรือไม่เที่ยงเล่า.  อนิจฺจา
ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้มีพระภาค  สัญญาไม่เที่ยง  ยํ  ปนานิจฺจํ  ทุกฺขํ
วา  ตํ สุขํ  วา ก็สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้นทุกข์หรือ  หรือสุขเล่า.
ทุกฺขํ  ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  สิ่งนั้นทุกข์  อันสัตว์
ทนยาก.  ยํ  ปนานิจฺจํ    ทุกฺขํ  วิปริณามธมฺมํ  ก็สิ่งใดไม่เที่ยง
เป็นทุกข์มีความแปรไปเป็นธรรมดา  กลฺลํ  นุ  ตํ  สมนุปสฺสิตุ สิ่งนั้น
ควรหรือเพื่อจะตามเห็นโดยสำคัญว่า  เอตํ  มม  นั่นของ ๆ เรา
เอโสหมสฺมิ นั่นเป็นเรา  เอโส  เม  อตฺตา  นั่นอาตมะตัวตนแก่นสาร
แห่งเรา  ดังนี้.  โน เหตํ  ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  อันจะ
พิจารณาเห็นซึ่งสิ่งนั้นว่า  นั่นของ ๆ เรา  นั่นเป็นเรา  นั่นเป็นอาตมะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:15:10 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #96 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:23:20 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 97


ตัวตนแก่นสารแห่งเรา  ดังนี้แล้ว  ไม่ควรเลย. เมื่อพระองค์ตรัสถาม  
ให้ปฏิญญาในสัญญาขันธ์ฉะนี้แล้ว  ตรัสถามในสังขารขันธ์ว่า  ตํ  กึ
มญฺญถ  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ท่านทั้งหลายจะสำคัญเนื้อความ
นั้นเป็นไฉน  สงฺขารา  นิจฺจา  วา  อนิจฺจา  วา  สังขารเหล่าเจตสิก-
ธรรมที่ปรุงใจทั้งหลาย  เที่ยงหรือ  หรือไม่เที่ยงเล่า.  อนิจฺจา  ภนฺเต
ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  สังขารธรรมที่ปรุงใจทั้งหลายไม่เที่ยง.  ยํ
ปนานิจฺจํ  ทุกฺขํ วา  ตํ  สุขํ  วา  ก็ของใดไม่เที่ยง  ของนั้นทุกข์หรือ
หรือสุขเล่า.   ทุกฺขํ  ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  ของนั้นทุกข์
อันสัตว์ทนยาก.  ยํ  ปนานิจฺจํ  ทุกฺขํ  วิปริณามธมฺมํ   ก็สิ่งใดไม่
เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรไปเป็นธรรมดา  กลฺลํ  นุ  ตํ  สมนุปสฺสิตุ
สิ่งนั้นควรหรือเพื่อจะตามเห็นโดยสำคัญว่า  เอตํ  มม  นั่นของ ๆ เรา
เอโสหมสฺมิ  นั่นเป็นเรา.  เอโส  เม  อตฺตา  นั่นเป็นอาตมะตัวตน
แก่นสารแห่งเรา ดังนี้.  โน  เหตํ  ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค
อันจะพิจารณาเห็นซึ่งสิ่งนั้นว่า  นั่นของ  ๆ เรา  นั่นเป็นตัวตนแก่นสาร
แห่งเรา  ดังนี้นั้น   ไม่ควรเลย.  เมื่อพระองค์ตรัสถามให้ปฏิญญาใน
สังขารขันธ์ฉะนี้แล้ว  ตรัสถามในวิญญาณขันธ์ว่า  ตํ  กึ  มญฺญถ
ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ท่านทั้งหลายจะสำคัญซึ่งเนื้อความนั้น
เป็นไฉน  วิญฺญาณํ  นิจฺจํ  วา  อนิจฺจํ  วา  วิญญาณจิตที่รู้พิเศษ
ซึ่งอารมณ์เที่ยงหรือ  หรือไม่เที่ยงเล่า.  อนิจฺจํ  ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้
ทรงพระภาค  วิญญาณไม่เที่ยง.  ยํ  ปนานิจฺจํ  ทุกขํ  วา  ตํ  สุขํ
วา  ก็สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้นทุกข์หรือ  หรือสุขเล่า.  ทุกฺขํ  ภนฺเต
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:18:06 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #97 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:23:43 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 98


ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  สิ่งนั้นทุกข์อันสัตว์ทนยาก  ยํ  ปนานิจฺจํ  
ทุกฺขํ  วิปริณามธมฺมํ  ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์  มีความแปรไปเป็น
ธรรมดา กลฺลํ   นุ  ตํ  สมนุปสฺสิตุ สิ่งนั้นควรหรือเพื่อจะตามเห็น
โดยสำคัญว่า  เอตํ  มม   นั่นของ ๆ เรา  เอโสหมสฺมิ  นั่นเป็นเรา
เอโส  เม  อตฺตา  นั่นเป็นอาตมะตัวตนแก่นสารแห่งเรา  ดังนี้  โน
เหตํ  ภนฺเต  ข้าแต่พระผู้ทรงพระภาค  อันจะพิจารณาเห็นซึ่งสิ่งนั้นว่า
นั่นของ ๆ เรา  นั่นเป็นเรา  นั่นเป็นอาตมะตัวตนแก่นสารแห่งเราดังนี้
นั่น  ไม่ควรเลย.
        เมื่อสมเด็จพระผู้ทรงพระภาค  ตรัสถามในขันธ์ทั้ง ๕ โดยลำดับ
ให้พระผู้เป็นเจ้าปฏิญญาตามที่ตรองเห็นฉะนี้แล้ว  จึงตรัสสอนให้
พิจารณาขันธ์  ๕ นั้น  โดยยถาภูตญาณทัสสนะ ปัญญาที่รู้เห็น
จริง ๆ  ถอนคาหะความถือด้วยตัณหามานะทิฏฐิเสียจากสันดานว่า
ตสฺมาติห  ภิกฺขเว  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เหตุใด  ท่านทั้งหลายมา
เห็นลงมา  รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาณ  ไม่เที่ยงเป็นทุกข์
มีความแปรไปเป็นธรรมดา  ไม่ควรที่จะเห็นโดยสำคัญด้วยตัณหาว่า
นั่นของ ๆ เรา.  ด้วยมานะว่า  นั่นเป็นเรา.  ด้วยทิฏฐิว่า   นั่นอาตมะ
ตัวตนแก่นสารแห่งเรา ดังนี้  เหตุดังนั้น  พึงพิจารณาเห็นซึ่งเบญจขันธ์
ด้วยปัญญาชอบ  ถอนคาหะความถือด้วยตัณหาและมานะทิฏฐิเสียจาก
สันดาน.  ยํ  กิญฺจิ  รูปํ  อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ  รูปอันใดอันหนึ่ง
ซึ่งเป็นอดีตล่วงแล้ว   เป็นอนาคตยังไม่มาถึง  เป็นปัจจุบันบังเกิด
เฉพาะหน้า  ณ ทันใด  อชฺฌตฺตํ  วา  พหิทฺธา  วา  เป็นรูปทับตนคือ
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:20:41 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #98 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:31:03 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 99


ภายในที่สัตว์กำหนดว่า  ของเราหรือ  หรือภายนอกที่สัตว์กำหนดว่า
ของผู้อื่นก็ดี  โอฬาริกํ วา  สุขุมํ  วา  เป็นรูปหยาบหรือ  หรือ
เป็นรูปละเอียดก็ดี  หีนํ  วา  ปณีตํ  วา  เป็นรูปต่ำเป็นช้าหรือ  หรือเป็น
รูปประณีต  ยํ  ทูเน  สนฺติเก  วา  หรือรูปใด  ณ  ที่ไกล  หรือ
ณ  ที่ใกล้ก็ดี  สพฺพํ  รูปํ  รูปทั้งปวง  สักว่าเป็นรูป  เนตํ  มม นั่น  
ใช่ของ  ๆ  เรา  เนโสหมสฺมิ  นั่นไม่เป็นเรา น  เมโส  อตฺตา  นั่นใช่
อาตมะตัวตนแก่นสารแห่งเรา ดังนี้  เอวเมตํ  ยถาภูตํ  สมฺมปฺปญฺญาย
ทฏฺฐพฺพํ รูปนั้นท่านทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาชอบ  ดังนี้เถิด. ยา
กาจิ  เวทนา  อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา  เวทนาความเสวยอารมณ์อัน
ใดอันหนึ่ง  ซึ่งเป็นอดีตส่วนล่วงไปแล้ว  เป็นอนาคตส่วนที่ยังไม่มา
ึถึง  เป็นปัจจุบันบังเกิดเฉพาะหน้า  อชฺฌตฺตา  วา  พหิทฺธา  วา
เป็นไปทับตนคือภายในหรือ   หรือภายนอกก็ดี  โอฬาริกา  วา สุขุมา
วา  เป็นเวทนาหยาบหรือ   หรือละเอียด  หีนา  วา  ปณีตา  วา
เป็นเวทนาต่ำช้าหรือ  หรือประณีต  ยา  ทูเร  สนฺติเก  วา
เวทนาใด  ณ ที่ไกลหรือ ณ ที่ใกล้ก็ดี  สพฺพา  เวทนา  เวทนาความเสวย
อารมณ์ทั้งปวง  ก็เป็นสักว่าเวทนา  เนตํ  มม  นั่นใช่ของ ๆ เรา
เนโสหมสฺมิ  นั่นไม่เป็นเรา  น  เมโส  อตฺตา  นั่นใช่ของ ๆ เรา
แก่นสารแห่งเรา  ดังนี้  เอวเมตํ  ยถาภูตํ  สมฺมปฺปญฺญาย  ทฏฺฐพฺพํ
เวทนานั้น  ท่านทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาชอบ  ดังนี้เถิด.  ยา  กาจิ
สญฺญา  อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา  สัญญาความจำได้จำไว้อันใดหนึ่ง
ซึ่งเป็นอดีตส่วนล่วงแล้ว  เป็นอนาคตส่วนที่ยังไม่มาถึง  เป็น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:22:29 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
suchada
รัตนะคณะบารมีชั้นพระมหาบรมโพธิสัตว์
*****

ได้รับอนุโมทนาสาธุการ 999
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24179



พลังความเพียรในการโพสต์กระทู้
0%

suchada

:
Windows XP Windows XP
:
Chrome 11.0.696.65 Chrome 11.0.696.65


« ตอบ #99 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 05:31:30 PM »





นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 100


ปัจจุบันบังเกิดเฉพาะหน้า  อชฺฌตฺตา วา  พหิทฺธา  วา  เป็นสัญญา  
ทับตนคือภายในหรือ  หรือภายนอกก็ดี  โอฬาริกา  วา  สุขุมา
วา  เป็นสัญญาหยาบหรือ  หรือเป็นสัญญาละเอียดก็ดี  หีหา  วา
ปณีตา  วา  เป็นสัญญาต่ำช้าหรือ  หรือเป็นสัญญาประณีตก็ดี  ยา
ทูเร  สนฺติเก  วา สัญญาใด  ณ  ที่ไกลหรือ  หรือ ณ  ที่ใกล้ก็ดี  สพฺพา
สญฺญา  สัญญาความจำได้จำไว้ทั้งปวง  ก็เป็นแต่สักว่าสัญญา  เนตํ
มม   นั่นใช่ของ ๆ เรา  เนโสหมสฺมิ  นั่นไม่เป็นเรา  น  เมโส  อตฺตา
นั่นใช่อาตมะตัวตนแก่สารแห่งเรา  ดังนี้.  เอวเมตํ   ยถาภูตํ  สมฺมปฺ-
ปญฺญาย  ทฏฺฐพฺพํ  สัญญานั้น  ท่านทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาชอบ
ดังนี้เถิด.  เย  เกจิ  สงฺขารา  อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา  สังขารธรรม
ที่ปรุงใจทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่ง  ซึ่งเป็นอดีตส่วนล่วงแล้ว  เป็น
อนาคตส่วนที่ยังไม่มาถึง  เป็นปัจจุบันส่วนที่บังเกิดเฉพาะหน้า
อชฺฌตฺตา  วา  พหิทฺธา  วา  เป็นธรรมทับตนคือภายในหรือ  หรือ
ภายนอกก็ดี  โอฬาริกา วา สุขุมา วา  เป็นธรรมหยาบหรือ  หรือ
เป็นธรรมละเอียดก็ดี  หีนา  วา  ปณีตา วา  เป็นธรรมต่ำช้าหรือ
หรือเป็นธรรมประณีตก็ดี  เย  ทูเร  สนฺติเก  วา  สังขารเหล่าใด
ณ  ที่ไกลหรือ  หรือ  ณ  ที่ใกล้ก็ดี  สพฺเพ  สงฺขารา  สังขารทั้งปวง
ก็เป็นแต่สักว่าสังขาร  เนตํ  มม นั่นใช่ของ ๆ เรา  เนโสหมสฺมิ  นั่นไม่
เป็นเรา  น  เมโส  อตฺตา  นั่นใช่อาตมะตัวตนแก่สารแห่งเรา  ดังนี้.
เอวเมตํ  ยถาภูตํ  สมฺมปฺปญฺญาย  ทฏฺฐพฺพํ  สังขารนั้น  ท่านทั้งหลาย
พึงเห็นด้วยปัญญาชอบ  ดังนี้เถิด.  ยงฺกิญฺจิ  วิญฺญาณํ  อตีตานาคต-

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2011, 08:02:56 AM โดย suchada » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อาจารย์สุชาดา มากดำ
พระศรีอริยเมตไตรย
   

 บันทึกการเข้า
หน้า:  1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  



+ พระศรีอริยเมตไตรย  » หมวดธรรมะรัตนะตรัย » ธรรมะทั่วไป ธรรมะโอสถ ธรรมะปฎิบัติ ปรมัตถสภาวธรรม  » บอร์ด พระปริยัติธรรม หัวข้อ:
|- นักธรรมตรี - ปฐมสมโพธิ - หน้าที่ 1-264

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Administrator l Global Moderator l Moderator l กลุ่มชมรมพระศรีอริยเมตไตรย์ l ทีมกองทุนพระศรีอารย์ l ผู้สนับสนุนเว็บพระศรีอารย์ l ทีมงานเว็บพระศรีอารย์ l ทีมงาน DJธรรมะ l สมาชิก l Postสูงสุด แบ่งปัน Share
Copyright (c) 2006-2011
พระศรีอาริย์ l พระศรีอริยเมตไตรย l maitreya l Sitemap
free counters
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
0 0
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.344 วินาที กับ 48 คำสั่ง